จากสภาพของกระบวนการทาง “ประชาธิปไตย” ที่เป็นอยู่ ทางกัณฑ์พินิจชารู้สึกสะอิดสะเอียนเป็นอย่างสูงมาโดยตลอดที่ผ่านมา แต่ก็ยังหันมาพิจารณาในฐานะปรากฏการณ์ แม้จะเห็นว่ามันช่างเห่ยสิ้นดี แต่อย่างไรเสียก็เป็นความเป็นไปที่เชื่อมโยงเป็นเหตุเป็นผลไปตามเส้นทางพัฒนาการ
โดยดอมสรุปเหตุผลความน่าระอาดังกล่าวได้เป็นสามประเด็นหลักดังนี้
❶ การถมค่าติดลบของคุณภาพชีวิตระดับสังคม โดยไม่จี้ปมปัญหาให้ถูกจุด
❷ โครงสร้างอำนาจที่มีการผูกขาดผลประโยชน์
❸ ความต่างขั้วทางอุดมการณ์และความต้องการของสมาชิกร่วมระบบสังคมเศรษฐกิจการเมือง
⚜️⚖️⚜️⚖️
1️⃣ การถมค่าติดลบของคุณภาพชีวิตระดับสังคม โดยไม่จี้ปมปัญหาให้ถูกจุด
🚩สิ่งที่กัณฑ์พินิจชาถือเป็นบาปสูงสุด คือการสร้างชีวิตบริสุทธิ์ใหม่ให้มีอยู่ (exist) แบบห่วยโดยไม่มี consent ⛓️🩸🧬 เรามีมุมมองมาตรฐานชีวิตที่ละเอียดอ่อนและไม่อาจยอมรับการปล่อยให้วัฏจักรของการส่งต่อความทุกข์ดำเนินไปโดยไม่มีการแก้ไขจากสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอย่างมนุษย์ที่ควรจะสามารถทำได้ มุมมองเช่นนี้คือสิ่งที่เราเรียกว่า pure empathy หนึ่งเดียว ⚛️🦋🪐🌙 [อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ว่าด้วยการสืบพันธุ์สร้างชีวิต]
ในสังคมที่คนส่วนใหญ่มีชีวิตอัตคัดในหลายมิติและความคาดหวังในมาตรฐานยังต่ำอย่างสอดรับกัน ข้อเสนอเชิงนโยบายในการแข่งขันทางการเมืองจึงมุ่งเน้นการถมค่าติดลบแบบไม่นำพา 🪤 ไปสู่อนาคตที่วัฒนาผาสุกอย่างยั่งยืน การจำกัดอยู่ที่ประเด็น “ปากท้องหนี้สิน” “หวย” และนโยบายแจกเงินต่างๆ ย่อมเรียกความสนใจในเชิงบวกจากมวลชนในสังคมประเภทนี้ (แม้จะเป็นประเด็นที่ ew! จนกัณฑ์พินิจชากระดากใจที่จะพูดถึงด้วยซ้ำ 🌀💥)
ในทางกลับกัน แม้จะมีข้อเสนอเชิงพัฒนาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ปรากฏการมุ่งถูกจุดในเรื่องการกำกับดูแลการสร้างชีวิตบริสุทธิ์ใหม่ด้วยการจัดสรรทรัพยากรพร้อมวางกฎเกณฑ์ โดยมุ่งหมายแก้ไขไปที่ต้นตอของปมปัญหาวงจรการให้กำเนิดชีวิตบริสุทธิ์ใหม่แบบห่วยๆ เพราะย่อมไม่ถูกใจคนสองประเภท ได้แก่
1) เหล่า Bad Breeders ที่คิดว่าความห่วยที่ตัวเอง impose กับชีวิตอื่นนั้นดีแล้วและไม่จำเป็นต้องแก้ไข
2) พวกคนที่หวงแหน “สิทธิ” ในการสร้างชีวิตใหม่ภายใต้อาณัติ (autonomy) ของชีวิตที่มีอยู่แล้ว 🚼 เพราะไม่สามารถเชื่อมโยงความชอบธรรมเชิงตรรกะและขาดสมรรถภาพที่จะมี pure empathy อย่างครอบคลุมไปถึงชีวิตบริสุทธิ์ที่ยังไม่เกิดมา ให้มีสิทธิอันเป็นธรรมแท้จริงในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีโดยรับประกันได้ในเชิงระบบ 🛡️♻️
บุคคลเหล่านี้ยังมีอยู่จำนวนมากและย่อมเป็นฐานเสียงผู้มีน้ำหนักในการกำหนดชะตาของสังคมผ่านกระบวนการทางประชาธิปไตยแบบเสียงข้างมาก จึงย่อมเป็นไปได้ยากที่จะมีนโยบายที่มุ่งยกระดับมาตรฐานสังคมอย่างถึงแก่นเช่นนี้ แต่กระนั้นก็อาจยังมีหวังได้ว่าหากมีการขับเคลื่อนทางความคิด ก็อาจเป็นทิศทางที่สังคมมุ่งไปได้ในที่สุด 💫 แม้สภาพที่เป็นอยู่จะดูบ้งและถอยหลังเพียงใดก็ตาม
———
2️⃣ โครงสร้างอำนาจที่มีการผูกขาดผลประโยชน์
🚩การกระจุกตัวของอำนาจในระบบเศรษฐกิจการเมืองเป็น status quo ที่ดำเนินต่อเนื่องโดยเป็นผลจากวิวัฒนาการในช่วงก่อนหน้า และจะดำเนินต่อไปอย่างมีพลวัตภายใต้การประทะประสานของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ 🌪️🌊🌋☄️
เกมที่ไม่เป็นธรรมในการกำหนดชะตาชีวิตของสมาชิกในสังคมทำให้เรารู้สึกเอือมแม้จะเข้าใจในที่มาที่ไป ความพยายามต่อสู้ขัดขืนของผู้ถูกเอาเปรียบทำให้มีหวังในการก้าวสู่ความเป็นธรรม การงัดคานกับผู้อุปโลกน์ความชอบธรรมมาเป็นผู้คุมกฎกติกาของสังคมเป็นปรากฏการณ์ที่ทั้งหน้าเหนื่อยหน่ายและน่าตื่นเต้นที่ได้ประจักษ์ไปพร้อมกัน 🔓🗽❤️🔥
———
3️⃣ ความต่างขั้วทางอุดมการณ์และความต้องการของสมาชิกร่วมระบบสังคมเศรษฐกิจการเมือง
🚩การต้องอยู่ร่วมกันของกลุ่มคนที่มีความแตกต่างกันสุดขั้วทั้งในเชิงค่านิยมและความคาดหวังในมาตรฐานชีวิต รวมไปถึงระบบสังคม ทั้งนี้โดยเป็นผลจากรูปแบบการสะสมทุน (capital) มิติต่างๆในชีวิตที่แตกต่างกัน 🎰🎲🎯🧩🎭 ชวนให้คำนึงถึงประสิทธิผลของ ”ประชาธิปไตย“ (democracy)
การ rule ด้วยเสียงข้างมากมีแนวโน้มที่จะกดทับกลุ่มอื่นๆ หากประชาธิปไตยเป็นเพียงการส่งตัวแทนผ่านการโหวตเพื่อไปโหวตในวาระเชิงนโยบายต่างๆอีกทอดหนึ่ง
การร่วมกันตัดสินใจเชิงนโยบายจึงควรเป็นการแสดงจุดยืนที่ based on การ map เส้นทางต้นทุนและผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มต่างๆอย่างเป็นเหตุเป็นผลชัดเจนโดยคำนึงถึงหลักการประสิทธิภาพและความเป็นธรรมที่ตั้งบนความแตกต่างตั้งต้น เป็นเครื่องมือทางประชาธิปไตยที่ดอมเห็นว่าน่าสนใจอยากพัฒนาต่อไป ⚙️⚖️🌈🕊️
👁️⚡️👁️⚡️
ทั้งหมดนี้ชวนให้ดอมและทางกัณฑ์พินิจชาอยากนำไปคิดต่ออีกมาก และจะนำเสนอในโอกาสต่อไป ผ่าน Wizdomkult และ Oathdom of Truth – คู่พินิจกัณฑ์
⋆.˚ ☾⭒.˚ 𓂃 ࣪˖ ִֶ 𖤐 ཐི༏ཋྀ ✮⋆˙ ⋆✴︎˚。⋆ ✠ ⊹₊⟡⋆
Find on:


