ปรากฏการณ์ทางความคิดท่ามกลางภาวะสงคราม

ปรากฏการณ์ที่ดอมเห็นว่าน่าสนใจในเหตุการณ์ความขัดแย้งระดับสงครามระหว่างประเทศในขณะนี้ คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกับความคิดคน ประกอบด้วยสองมิติ

1) ตรรกะวิบัติจากความไม่น่าเชื่อ ที่ใช้ในการรับบทเหยื่อ

2) ผลประโยชน์ทางการเมืองจากกระแสชาตินิยม

1️⃣ ตรรกะวิบัติแบบ “จะบ้าเหรอ ใครเขาจะทำแบบนั้นกัน?!” ที่สามารถใช้ประกอบการรับบทเหยื่อ 😇😈🥺👹

ขณะนี้กำลังมีการกล่าวอ้างในฝ่ายที่ชูว่า “เพราะฉันเล็กกว่า อ่อนแอกว่า และเพิ่งผ่านสงครามมา ฉันจะไปเริ่มก่อสงครามก่อนทำไมล่ะ” ซึ่งเป็นตรรกะวิบัติ (logical fallacy) จากความไม่น่าเชื่อ (appeal to incredulity) เพื่อใช้เหตุผลประกอบการรับบทเหยื่อ (self-victimizaton) ว่าเพราะเช่นนั้นฝ่ายตนจึงต้องเป็นผู้ถูกกระทำก่อน 🎭🤹🏻‍♂️

ดอมเองเคยมีประสบการณ์โดยตรงจากคนที่ได้ประโยชน์จากมุกนี้ในการสร้างความชอบธรรมกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง 😶‍🌫️ เพื่อบิดเบือนความผิดนั้น ซึ่งส่งผลสืบเนื่องเป็นการด้อยค่าลดทอนดีกรีความชิบหายที่ตัวเองก่อกับชีวิตดอม 🫥🫠 คือในเหตุการณ์ที่ดอมถูกบีบให้ต้องย้ายออกจากบ้านตอนเพิ่งเริ่มเรียนป.โทใบที่สองและมีทีท่าว่ากำลังจะไปได้สวย จากพฤติกรรมที่ทำให้อยู่ร่วมด้วยไม่ได้ในบ้านของครอบครัวและไม่มีการแก้ไขถึงแม้จะมีความพยายามเจรจามาหลายครั้ง 🔂❌ แต่ดอมกลับได้รับคำกล่าวโทษและคำถามจากบรรดาญาติโกโหติกาว่า “แล้วจะต้องย้ายออกไปทำไม” ⁉️ รวมถึงมีการไปร้องไห้โอดครวญกับเครือญาติประหนึ่งว่าตัวเองเป็นเหยื่อที่ถูกทำร้ายในการออกจากบ้านของดอมและการที่ดอมเลือกกลายเป็นคน homeless จากการกระทำของตน (ยังไงนะ?!) 🤯  ซึ่งยิ่งโหมกระพือการกล่าวโทษดอมดังกล่าว ทั้งที่จุดเปลี่ยนจากเหตุการณ์ครั้งนั้นคือจุดเริ่มต้นของความหนักหน่วงทั้งปวงที่ส่งผลกับชีวิตดอมในระยะยาวและบั่นทองทั้งร่างกาย จิตใจ ☠️ และโอกาสในการสร้างความสำเร็จ (แต่ก็มีข้อดีคือช่วยให้ดอมจัดตำแหน่งของคนในชีวิตได้ดีมาก 👍🏼 โดยประเมินจากทั้งระดับสติปัญญาและจุดยืนเรื่องความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ใกล้ตัว ⚖️💎🪬)

นี่เป็นปรากฏการณ์จากประสบการณ์ตรงส่วนตัวที่ทำให้ดอมทึ่งมากในการใช้ตรรกะวิบัติของมนุษย์ ที่เพียงเพราะไม่เชื่อว่าคนเราจะทำแบบนั้นกันได้ (ในกรณีของดอมคือคนในครอบครัวที่ไหนเขาจะทำกันแบบนั้น?! 🤷🤷‍♂️🤷🏻‍♀️) เลยนำไปสู่การกระโดดฮุบอย่างพร้อมจะเชื่อทันทีว่า งั้นก็คงอีกฝ่ายแหละที่เป็นคนผิด และเรากำลังเห็นการใช้ตรรกะวิบัติในทำนองเดียวกันนั้นในสเกลระดับระหว่างประเทศ

2️⃣ ผลประโยชน์ทางการเมืองกระแสชาตินิยม ที่ปลุกขึ้นด้วยการมีศัตรูจากภายนอก 🧲⛓️⚔️🛡️

ความขัดแย้งกับภายนอกก่อความรู้สึกอยากเป็นปึกแผ่นกันภายในจากการมีศัตรูร่วมกัน และในกรณีของสงครามระหว่างประเทศ ยิ่งปลุกเร้ากระแสชาตินิยม (nationalism) ❤️‍🔥 ซึ่งย่อมมีขั้วอำนาจภายในฝ่ายที่ได้ประโยชน์ในทั้งสองฝั่งของสงครามนั้น 🧮💣

ทำให้นึกถึงใน Watchmen ที่ Ozymandias ต้องสร้างสถานการณ์กุขึ้นว่ามีภัยคุกคามจากนอกโลก 👽🚨 ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่สร้างความสามัคคีในมนุษยชาติที่ก่อสงครามกันไม่หยุด🩸💢

ในสถานการณ์เช่นนี้ ฝ่ายที่จะได้ประโยชน์คือขั้วอำนาจทางการเมือง (political polity) ที่กุมอำนาจเหนือทรัพยากรความรุนแรงอย่างกองทัพอาวุธยุทโธปกรณ์ และกลไกด้านความมั่นคง จากกระแสชาตินิยมเชิงอุดมการณ์ที่สร้างความชอบธรรมให้การครองอำนาจเหนือทรัพยากรเหล่านั้นของขั้วอำนาจดังกล่าวต่อไป ย่อมส่งผลต่อการครองฐานที่มั่นในระบบการเมืองของประเทศในระยะยาว ♟️🏹🏛️🔥🕊️👑

📍ปรากฏการณ์ทางความคิดมนุษย์คือสิ่งสำคัญที่ต้องจับตาในเหตุการณ์ความขัดแย้งระดับใหญ่เช่นนี้ เพราะมีผลกับการตัดสินวิถีของพลวัตแห่งผลประโยชน์ในสังคม

เพื่อป้องกันและลดทอนโอกาสเกิดความรุนแรงอย่างเป็นระบบ ดอมยืนกรานดังที่กล่าวในโพสต์ก่อนหน้า:

หากไม่มีกลไกกำกับปราบปรามระดับโลกที่สามารถเพิ่มต้นทุนให้ผู้ก่อได้ มนุษยชาติก็จะไม่มีวันปลอดภัยจากการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์

อย่างไรก็ดี ภายใต้อำนาจของอิทธิพลทางความคิด มนุษย์จะสามารถเดินไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตามและพยายามขับเคลื่อนต่อไป ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญในการมีอยู่ของ Wizdomkult 💫

เพื่อตั้งคำถาม เจาะขยาย และจุดประกายความคิดที่มีผลต่อวิถีทางในโลกของเรา ⚡️

Share this post:

STAY LIT TO THE WIZ

Sign up for the newsletter—never miss a new post from Wizdomkult.